ข่าวล่าสุด
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ไม่มีคำสั่งปิดโรงเรียน แต่หารือในมาตรการป้องกันทั่วไป โดยมีหลักการว่า ให้สกัดนักเรียน ผู้ปกครองหรือคนทำงานที่ป่วยให้หยุดอยู่บ้าน โดยผู้ที่ทำงานในหน่วยงานราชการ หรือนักเรียนที่ป่วยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ และไม่ถือเป็นวันลา ให้แต่ละกระทรวงหรือหน่วยงานไปวางมาตรการที่จะให้ผู้ป่วยหวัดหยุดเพื่อรับ ผิดชอบต่อสาธารณะ ส่วนบริษัทเอกชนเป็นลักษณะขอความร่วมมือ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า สำหรับมาตรการในโรงเรียน ให้มีการคัดกรองเด็กป่วยหน้าเสาธง หากโรงเรียนใดมีเด็กป่วยหวัด 2009 ให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการโรงเรียนปรึกษากับสาธารณสุขและเขตการศึกษา พื้นที่ในการประกาศหยุดเรียนเป็นโรงเรียน ๆ ไป และหากละแวกใดมีผู้ป่วยมากขึ้นในหลายโรงเรียน ก็ให้หยุดการเรียนการสอนเป็นเขต ๆ ไป สำหรับนักเรียนที่ขาดเรียนจากหวัด 2009 ได้กำชับให้ทุกโรงเรียนสอนเสริม เพื่อให้ผู้ปกครองและเด็กคลายกังวลที่เกรงจะเรียนไม่ทันเพื่อน
ทั้งนี้ การที่ไม่มีมติให้ปิดเรียน หรือปิดเทอมเร็วขึ้นเพราะจากการปิดโรงเรียนบางแห่งไปก่อนหน้านี้ ผลที่ออกมาคือเด็กไม่อยู่บ้าน จึงไม่มั่นใจว่าถ้าปิดเรียนอีก เด็กก็อาจไม่อยู่บ้าน และออกไปในที่แออัดหรือร้านเกม แต่การมาโรงเรียนยังดีที่มีครูคอยดูแลคัดกรอง อย่างไรก็ตาม หากกระทรวงสาธารณสุขประเมินสถานการณ์และวางแนวทางลดการแพร่ระบาดไข้หวัด 2009 ต่อไปอย่างไร ศธ.ก็พร้อมให้ความร่วมมือ
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
ข่าวก่อนหน้านั้น
กทม.สั่งปิด ร.ร. 435 แห่ง5วัน หยุด“หวัดมรณะ”
|
||
กทม.สั่งปิด โรงเรียนในสังกัด กทม.ทั้ง 435 แห่ง ศูนยเลี้ยงเด็ก 200 แห่ง และศูนย์ฝึกอาชีพ 13 แห่ง ระหว่างวันที่ 15-19 ก.ค.นี้ เพื่อล้างทำความสะอาดครั้งใหญ่ ขณะที่ “สุขุมพันธุ์” เตรียมแจกหน้ากากอนามัย 2 ล้านชิ้นให้ทั่วทุกพื้นที่ใน กทม. รณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัยเป็นวัฒนธรรมเพื่อสุขภาพประสาน ส.ส.-ส.ก.ทุกค่ายช่วยแจก พร้อมประสานวิทยุชุมชน-เครือข่ายโทรศัพท์มือถือเป็นกระบอกเสียงป้องกันไข้ หวัดใหญ่ 2009 เผยสั่งซื้อแถบปรอทวัดไข้ 22,000 ชิ้นวัดเด็กโรงเรียน กทม.ก่อนเข้าห้องเรียน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ว่า คณะผู้บริหารกทม.มีความกังวลต่อสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้โดยที่ประชุมมีมติที่จะเดินหน้ามาตรการเชิง รุกต่อไปโดยจะรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใส่หน้ากากอนามัยโดยเฉพาะต้องไปในสถานที่ที่มีประชาชนอยู่จำนวนมากซึ่งถือว่าเป็นมาตรการป้องกันที่ดีที่สุดมาตรการหนึ่ง
ทั้งนี้ กทม.จะแจกจ่ายหน้ากากอนามัยจำนวน 2 ล้านชิ้นให้กับประชาชนและหน่วยงานต่างๆ โดยจะนำไปแจกตามสถานที่ที่มีผู้สัญจรไปมาจำนวนมาก เช่น สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นต้น อย่างไรก็ดี กทม.จะประสานความร่วมมือไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) รวม 93 ราย เพื่อให้ช่วยแจกหน้ากากอนามัยโดย กทม.จะมอบให้คนละ 10,000 ชิ้นเพื่อให้นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ของตนเองต่อไป
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ กทม.ยังจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ “กทม.ขอร้องใส่หน้ากาก ล้างมือ สู้ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ด้วยความปรารถนาดีจากกรุงเทพมหานคร”เพื่อ ประชาสัมพันธ์ตามสถานที่ต่างๆ ใน กทม. โดยรณรงค์ประชาสัมพันธ์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นอกจากนั้นยังประสานกับสถานีวิทยุชุมชนใน กทม.ทั้งหมดมาขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารวิธีป้องกันโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพื่อเป็นการสร้างวัฒนธรรมใส่หน้ากากอนามัยให้มาก ขึ้น รวมถึงทำแถบบันทึกเสียงแจกจ่ายไปยังชุมชนทั้ง 1,981 ชุมชนเพื่อกระจายเป็นระยะส่วนตามตรอกซอยนั้นจะใช้รถเทศกิจกระจายเสียงประชา สัมพันธ์อย่างทั่วถึง ตลอดจนจะมีการประสานขอความร่วมมือกับผู้ให้บริการมือถือค่ายต่างๆ เพื่อให้ส่งข้อความไปยังผู้ใช้บริการอีกด้วย
|
|
|
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนได้ให้ให้ผู้อำนวยการเขตใช้อำนาจนายอำเภอออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ ป้องกันตนเองในการเข้าไปในสถานที่แออัดหรือสถานที่ชุมชุมคน ทั้งนี้ กทม.ได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจประจำ เพื่อช่วยให้ข้อมูล ให้ความรู้ ช่วยเหลือ แนะนำประชาชน อีกทั้งประสานกับสำนักพัฒนาสังคมให้โรงเรียนฝึกอาชีพตัดเย็บหน้ากากอนามัย แจกจ่าย ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการสาธารณสุขและสำนักงานเขตออกปฏิบัติงาน ให้คำแนะนำ สถานที่เป้าหมายที่มีระบบปรับอากาศ และเป็นที่ชุมนุมคน เช่น โรงมหรสพ โรงเรียนกวดวิชา ร้านเกม ผับ รถเมล์ รถไฟฟ้า ฯลฯ
ขณะที่ในส่วนของโรงเรียนสังกัดกทม.นั้นได้สั่งแถบปรอทวัดไข้จำนวน 22,000 ชิ้นสำหรับโรงเรียนสังกัด กทม.ทั้ง 435 แห่ง เพื่อให้ครูประจำชั้นวัดไข้นักเรียนก่อนเข้าเรียนซึ่งหากเกิน 37.5 องศาก็จะให้กลับบ้าน และเพิ่มมาตรการงดการใช้เครื่องปรับอากาศในห้องเรียน และงดการประชุมใหญ่ในโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด รวมถึงประสานกับกระทรวงสาธารณสุขโดยส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบ ข้อมูลล่าสุดทุกครั้ง
ทั้งนี้ กทม.มีแผนที่จะสั่งปิดโรงเรียนในสังกัดกทม.ระหว่างวันที่ 10-11 ส.ค.เพื่อทำความสะอาดใหญ่อีกครั้งหนึ่งซึ่งจะรวมเป็นระยะเวลา 5 วันนับตั้งแต่ 8-12 ส.ค. แต่หากคณะรัฐมนตรีมีมติออกมาให้ปิดโรงเรียนทำความสะอาดก่อนทางกทม.ก็พร้อม ปฏิบัติตาม
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม.ได้เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องว่า กทม.ออกได้คำสั่งให้ปิดโรงเรียนในสังกัดกทม.ทั้ง 435 แห่ง ศูนย์เลี้ยงเด็ก 200 แห่ง และศูนย์ฝึกอาชีพ 13 แห่ง ระหว่างวันที่ 15-19 ก.ค.นี้ โดยจะเปิดตามปกติในวันวันจันทร์ที่ 20 ก.ค.2552 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยในระหว่างที่มีการปิดนั้นจะมีการล้างทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคทั้งหมด
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์